แม่ของกล้าคิดว่าตนเองโชคดี
เพราะแม้ว่าจะมีลูกคนเดียวก็ฉลาดเฉลียวสมใจ
ไม่เคยสร้างปัญหาให้พ่อแม่
กล้าอายุ 9 ขวบ เรียนชั้นป.3
ในโรงเรียนชายยอดฮิตแถมปีนี้ยังได้คัดเลือกให้อยู่ห้องคิง
พ่อแม่ปลื้มกันยกใหญ่
...................................................................................
แต่ปลื้มกันยังไม่ทันเสร็จ
สัญญาณอันตรายก็ส่งเสียง "ปวดหัว"กล้าบ่นหลังจากเปิดเทอมต้นไม่กี่วัน
แม่ของกล้ากุลีกุจอหายาแก้ปวดให้กิน
แต่อาการปวดหัวกลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
พร้อมๆกับการบ้านที่พอกพูนขึ้น
เป็นดินพอกหางหมูในเวลาแค่สองอาทิตย์
"ผมจดงานไม่ทัน
จดการบ้านบนกระดานก็ไม่ทัน
พวกในห้องมันเก่งๆกันทั้งนั้น
ครูถามผมยังไม่ทันคิดเลย
พวกนั้นก็ยกมือตอบกันพึ่บพั่บ
ผมอายจริงๆเลยแม่
ตั้งแต่อยู่ห้องนี้ผมยังไม่เคยยกมือตอบเลย"
กล้าคิดมาก เดินงุ่นง่าน
ไม่หลับไม่นอนและร้องว่าปวดหัว
พ่อแม่เริ่มร้อนใจพาลูกไปหาหมอ
หมอตรวจดูอาการ
แล้วบอกว่าไม่เป็นอะไรให้ไปโรงเรียนได้ตามปกติ
ในคืนนั้น บ้านแทบจะแตก
กล้าบ่นเสียงดังว่า"การบ้านก็ยังไม่ทำ
งานที่ครูสั่งก็ยังไม่เสร็จ"
กล้าปวดหัว
แถมยังจะวิ่งเอาหัวชนกำแพง
บ่นไม่อยากไปโรงเรียน
รุ่งขึ้นกล้าถูกนำส่งโรงพยาบาล
ตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด
ตรวจคลื่นสมองถึงขั้นทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
แต่ไม่พบความผิดปกติใดๆในสมองในที่สุดแม่ต้องพากล้าไปพบจิตแพทย์
ความเห็นของหมอ
หมอคุยกับพ่อแม่ของกล้าให้คลายกังวลว่ากล้าไม่ได้ป่วยทางสมองหรือโรคทางกาย
แต่กล้ามีปัญหาทางจิตใจ
ที่ต้องได้รับความข่วยเหลืออย่างรีบด่วน
พ่อแม่ หมอ ครู
ต้องร่วมมือกันช่วยเหลือกล้า
ครูของกล้าให้ความช่วยเหลืออย่างดีและยอมรับว่าไม่ทันคิดว่าเด็กบางคนอาจต้องการความช่วยเหลือ
กล้ามีอาการดีขึ้น
กล้าบอกว่าถ้าให้เลือกได้กล้าขออยู่ห้องที่ไม่เป็นห้องคิงเพราะเพื่อนๆเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันดี
MENU
แหล่งอ้างอิง
จากหนังสือแล้วอยู่ๆหนูก็เพี้ยน
จัดทำโดย น.ส.ชุติธร
เฉลิมวงศาเวช
คุณเข้ามาเยี่ยมชมอันดับที่
FastCounter by bCentral
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2545