| นักเรียนของโรงเรียนเป็นเด็กที่ใช้ได้
บางปีสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ยกชั้น หรือบางปีหลุดไปบ้างก้เพียงคนสองคน"
เสียงบอกเล่าระคนความภาคภูมิใจนี้ไม่ใช่สิ่งเหนือความจริงที่ปรากฎมาเนิ่นนานของโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย
โรงเรียนมัธยมหญิงล้วน ณ ถนนเจริยกรุง 57 แห่งนี้
อย่างไรก็ตาม
ความเป็น"เด็กเรียน" ของนักเรียนโรงเรียนนี้ไม่ใช่ขีดจำกัดของการเรียนรู้ด้านคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต
แต่กลับจะเป็นปัจจัยเสริมให้หลายคนขยันที่จะทำให้ดีในทุกวิชา
โดยวิธีส่งเสริมให้นักเรียนคิดสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง
ภายใต้ "การดูแลช่วยเหลือ" ของอาจารย์ผู้สอน
"ตอนนี้ทางกลุ่มกำลังทำเพาเวอร์พอยต์
เสนอประวัติของคนในกลุ่ม และนำฟอนต์เพจที่เคยทำก่อนนี้มาปรับปรุงให้ดีขึ้น
เมื่อทำเสร็จแล้วก้เก้บไว้ในฮาร์ดดิสก์ จากนั้นอาจารย์จะคัดเลือกผลงานดี
ๆ ไปลงเว็บไซต์" นางสาวอำพรพรรณ์ กาวิลลา นักเรียนชั้นม.5/5
ศิลป์-คำนวณ เล่าถึงงานที่กำลังทำในห้องเรียนคอมพิวเตอร์
โรงเรียนแห่งนี้สอนคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนตั้งแต่เข้าชั้นม.1
ปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 3 ห้อง แต่ละห้องมีติดตั้งคอมพิวเตอร์
25 เครื่อง โดยแต่ละห้องได้งบประมาณการซื้อมาจากงบพัฒนาจังหวัดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สมาคมครูและผู้ปกครอง สามคมศิษย์เก่า เป็นต้น ซึ่งเมื่อใช้งานไป
2-3 ปี จะเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เพื่อให้เหมาะสม
นอกจากการเรียนในชั่วโมงปกติแล้ว
โรงเรียนเปิดให้นักเรียนเข้าใช้คอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาอื่นๆที่มี
ใช้เพื่อการเรียนการสอนวิชาอื่นด้วย "โรงเรียนเปิดห้องให้ใช้ตั้งแต่
07.00-17.00 น. ของแต่ละวัน" นางอัจฉรา ไชยวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเล่า
พร้อมกับขยายความอีกว่า ถือเป็นความจำเป็นพื้นฐานที่นักเรียนยุคนี้ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็น
เมื่อเรียนชั้นม.4 จะต้องใช้โปรแกรมประยุกต์ได้
นายพูนศักดิ์
สักกทัตติยกุล อาจารย์หมวดคณิตศาสตร์ ผู้สอนวิชาคอมพิวเตอร์
โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ทั้งเป็น 1 ใน 8 วิทยากรผู้อบรมความรู้ด้านคอมพิวเตอร์แก่ครูทั่วประเทศ
ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.)
และเจ้าของเว็บไซต์ไทยกู๊ดวิวดอทคอม เล่าว่า เท่าที่สอนนักเรียนมาพบว่า
นักเรียนแต่ละสายมีความถนัดแตกต่างกัน นักเรียนสายวิทย์จะเก่งเรื่องฮาร์ดแวร์
และโปรแกรม แต่สายศิลป์จะเก่งด้านงานสร้างสรรค์ตกแต่งสวยงาม
ฉะนั้น เมื่อดึงผลงานนักเรียนไปนำเสนอบนเว็บไซต์ทั้งเว็บของโรงเรียนและไทยกู๊ดวิว
ก็มีข้อได่เปรียบเว็บอื่นๆ ที่สามารถนำเสนอสิ่งดีๆ สวยงามลงบนเว็บทั้งถือเป็นเว็บไซต์ที่มีทีมงานมากที่สุดแห่งหนึ่ง
ไม่ประกวดแต่ทำรายได้เอง
"เด็กๆที่โรงเรียนไม่เคยชนะเลิศรางวัลใดๆจากการส่งผลงานด้านคอมพิวเตอร์เข้าประกวด
แต่หลายๆ คน สามารถหารายได้ค่าขนมของตัวเองได้จากการรับจ้างเขียนโฮมเพจแก่ผู้สนใจ
ทำรายได้ครั้งละเป็นร้อย หรือเป็นพันบาท" นายพูนศักดิ์
เล่าอย่างภาคภูมิใจในบรรดาลูกศิษย์
ขณะที่นางสาวอำพรรณ์
เล่าว่า ที่บ้านมีธุรกิจตัดเย็บสูท ซึ่งคุณแม่ต้องการจะทำโฮมเพจแสดงเสื้อสูทต่างๆ
ไว้ให้ผู้สนใจเข้ามาดู ก็ได้รับปากแล้วว่าจะทำให้ แต่ขอเวลาเพิ่มความมั่นใจในฝีมือตัวเองสักระยะก่อน
ด้านนางสาวจันทิพย์
กิจแต่ง นักเรียนชั้นม.6/6 สายวิทย-์คณิต เล่าว่า ได้ช่วยพี่สาวสร้างโฮมเพจเกี่ยวกับวงดนตรีชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ
"สไปซ์เกิร์ล" ฝากไว้ที่ "ไทยเน็ต"
โดยทำมาเกือบ 1 ปีเต็มแล้ว มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาดูพอสมควรเพราะนำเสนอข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกวงดังกล่าว
ข่าวคราวความเคลื่อนไหว เกม และมีแผนที่จะสร้างห้องสนทนาเพิ่มขึ้นอีกด้วย
นางสาวจันทิพย์
กิจแต่ง
สอนเน็ตไม่ต้องออนไลน์
นายพูนศักดิ์
ถ่ายทอดประสบการณ์อีกว่า การสอนอินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องออนไลน์ตลอดเวลา
ซึ่งทำให้เปลืองเวลาใช้งานอินเทอร์เน็ตไปอย่างเปล่าประโยชน์และการใช้งานอินเทอร์เน็ตพร้อมๆกันยังทำให้ช้าอีกด้วย
โดยโรงเรียนสามารถทำ
"แลบแห้ง" ให้นักเรียนฝึกฝีมือเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์
หลังจากนั้นอาจารย์ผู้สอนค่อยจัดสรรเวลาคัดเลือกผลงานนักเรียนถ่ายโอนขึ้นอินเทอร์เน็ตในภายหลัง
รวมทั้งการดาวน์โหลดเว็บไซต์ที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อนักเรียนมาเก็บไว้ให้เรียกดูด้อีกด้วย
"จะได้ทั้งความไว ความทันสมัย และไม่เปลืองเวลา"
|